การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
EXPRESSWAY AUTHORITY OF THAILAND

โครงการที่อยู่ในแผนงาน

โครงการที่อยู่ในแผนงาน

1502
18 สิงหาคม 2560

๑.๑ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอน N๒ เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก

    โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการแก้ไขปัญหาจราจร และจัดการจราจรบนถนนประเสริฐมนูกิจ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๕๑) และเป็นการเชื่อมต่อระบบทางด่วนกับถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๙) แนวโครงการมีจุดเริ่มต้นประมาณ กม. 0+764.500 (บริเวณเสาตอม่อที่ ๑๐) ของถนนประเสริฐมนูกิจ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๕๑) เป็นทางยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร ซ้อนทับบนแนวเกาะกลางของถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านคลองบางบัว ทางแยกลาดปลาเค้า ทางแยกเสนานิคม ทางแยกสุคนธสวัสดิ์ และแยกข้ามทางพิเศษฉลองรัช (ทางพิเศษสายรามอินทรา-อาจณรงค์) บริเวณทางแยกถนนประเสริฐมนูกิจตัดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชในรูปแบบทางแยกต่างระดับ ผ่านทางแยกถนนนวมินทร์ จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกระยะทางประมาณ ๑๐.๕ กิโลเมตร
 
         สถานะปัจจุบัน
         กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการทบทวนศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และงานทบทวนและออกแบบรายละเอียดโครงการ
 
 
 
๑.๒ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอก  กรุงเทพมหานครด้านตะวันตก
 
    โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางพิเศษให้สามารถรองรับการเดินทางระหว่างพื้นที่ชั้นนอกและพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยแบ่งเบาปัญหาจราจรติดขัดบนถนนพระรามที่ ๒ และทางพิเศษเฉลิมมหานครช่วงบางโคล่ - ดาวคะนอง รวมทั้งเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์อุทกภัย เป็นต้น
 
     โครงการทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับโครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) และมีทางขึ้น-ลงที่จุดเริ่มต้นโครงการบริเวณ กม.๑๓+๐๐๐ ของถนนพระรามที่ ๒ เป็นทางยกระดับขนาด ๖ ช่องจราจร (ทิศทางละ ๓ ช่องจราจร) ซ้อนทับไปตามแนวเกาะกลางถนนพระรามที่ ๒ มาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง จากนั้นซ้อนทับบนทางพิเศษเฉลิมมหานครจนถึงบริเวณถนนพระรามที่ ๓ ใกล้กับทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจะก่อสร้างสะพานใหม่ขนาด ๘ ช่องจราจร (ทิศทางละ ๔ ช่องจราจร) ขนานอยู่ทางด้านทิศใต้ของสะพานพระราม ๙ โครงการมีทางขึ้น - ลง ๗ แห่ง ระยะทาง ๑๘.๗ กิโลเมตร
 
 
      สถานะปัจจุบัน
      ครม. ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ และเปิดให้บริการเดือน มิถุนายน ๒๕๖๔
 
 
๑.๓ โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
 
   โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒๙ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ต ผ่านอำเภอกะทู้ไปยังหาดป่าตอง  ซึ่งทางหลวงดังกล่าวมีขนาด  ๒ ช่องจราจร  เขตทางแคบ  เส้นทางมีความคดเคี้ยวและลาดชันสูง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนัก และยังเกิดปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีปริมาณจราจรสูงตลอดวัน  ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข  เพื่อเพิ่มมาตรฐานแนวเส้นทางให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และ ปลอดภัย แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหาดป่าตอง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย
 
  โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง มีระยะทางรวม ๓.๙๘ กิโลเมตร  มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมกับถนนพระเมตตา (ถนนผังเมืองรวมสาย ก)  ในพื้นที่ตำบลป่าตอง  อำเภอกะทู้  เป็นทางยกระดับขนาด ๔  ช่องจราจรต่อทิศทาง  (สำหรับรถยนต์ ๒  ช่องจราจรต่อทิศทาง และรถจักรยานยนต์ ๒  ช่องจราจรต่อทิศทาง) ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์  จนถึงเขานาคเกิด  ระยะทาง  ๐.๙  กิโลเมตร  แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด  ระยะทาง ๑.๘๕ กิโลเมตร หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง ๑.๒๓ กิโลเมตร จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒๙
 
     สถานะปัจจุบัน
    กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้าง บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นท์ จำกัด  ร่วมกับ  บริษัท ดีทู คอนซัลท์ เอเซีย จำกัด และบริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษา เพื่อดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบรายละเอียดโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ โดยแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๗
 
     ปัจจุบัน  การศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ และ อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
 
     สอบถามข้อมูลสถานะปัจจุบันของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายนโยบายและแผน การทางพิเศษแห่งประเทศ ไทย  โทรศัพท์ ๐๒-๕๗๙-๕๓๘๐-๙ ต่อ ๒๕๑๕ (คุณธิษัณย์) หรือ www.katoo-patongexpressway. com
 
 
 
๑.๔ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา
 
    โครงการมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางพิเศษบูรพาวิถีไปยังภาคตะวันออก  เชื่อมต่อการเดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือแหลมฉบัง  รวมทั้งรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกในอนาคต  โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการเมื่อมีการเปิดใช้ทางพิเศษสายบูรพาวิถี - พัทยา  ได้แก่  เพิ่มความสะดวก ปลอดภัยและประหยัดเวลาแก่ผู้ใช้เส้นทางเป็นทางเลือกในการเดินทางสู่จังหวัดทางภาคตะวันออกช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกรองรับการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ
 
   โครงการมีระยะทางรวมประมาณ ๖๘ กิโลเมตร เป็นทางยกระดับขนาด ๖ ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นแนวสายทางต่อเชื่อมกับทางพิเศษบูรพาวิถีบริเวณเทศบาลตำบลคลองตำหรุ   อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี   ยกระดับไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓  (ถนนสุขุมวิท)  จนถึงทางเลี่ยงเมืองชลบุรี หลังจากนั้น แนวสายทางจะยกระดับไปตามแนวเกาะกลางของทางเลี่ยงเมืองชลบุรีไปจนถึงทางแยกต่างระดับข้ามทางรถไฟไปขนานในแนวด้านซ้ายของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗  (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ผ่านตำบลหนองข้างคอก ตำบลบางพระ และตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จนกระทั่งผ่านทางเข้าสวนเสือศรีราชา หลังจากนั้นแนวสายทางจะเบี่ยงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ บริเวณแยกหนองยายบู่เพื่อไปใช้แนวด้านขวาของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ และตัดผ่านเส้นทางเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบัง แนวสายทางช่วงต่อไปจากนี้จะอยู่ระหว่างทางหลวงพิเศษหมายเลข  ๗  กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓     โดยมีทางเชื่อมเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบังที่บริเวณตำบลตะเคียนเตี้ย  อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี  จากนั้นแนวสายทางจะตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๖ และสิ้นสุดแนวสายทางโดยบรรจบกับทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ก่อนเข้าสู่เมืองพัทยา
 
      สถานะปัจจุบัน
    กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้าง บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด  บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษา เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี - พัทยา เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๘
 
    ปัจจุบันการศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
 
    สอบถามข้อมูลสถานะปัจจุบันของโครงการฯ  เพิ่มเติมได้ที่  ฝ่ายนโยบายและแผน  การทางพิเศษแห่งประเทศไทย  โทรศัพท์ ๐๒-๕๗๙-๕๓๘๐-๙ ต่อ ๒๘๕๘ (คุณกนกพร) หรือ http://www.buraphavithi-pattaya.com
 
 
 
๑.๕ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา
 
     โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับความต้องการการเดินทางและขนส่งสินค้า  จึงได้วางแผนการต่อขยายโครงข่ายทางพิเศษอุดรรัถยาไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ บริเวณอำเภอบางปะหัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วเชื่อมโยงกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีแนวสายทางต่อเชื่อมจากทางพิเศษอุดรรัถยาที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน อำเภอบางปะอิน ผ่านอำเภอพระนครศรีอยุธยา และไปสิ้นสุดที่ อำเภอบางปะหัน บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ โดยวางแผนให้มีทางเชื่อมต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทรได้โดยตรง รวมระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ทั้งนี้ ได้ผนวกการศึกษาปรับปรุงทางพิเศษอุดรรัถยา ช่วงบางพูน-บางไทร ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางพิเศษระดับดินให้เป็นทางพิเศษยกระดับเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในช่วงอุทกภัยด้วย
 
    กทพ. จึงดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรของโครงข่ายถนนทางหลวงในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางและขนส่งสินค้าในช่วงอุทกภัยอีกด้วย
 
      สถานะปัจจุบัน
      ปัจจุบันการศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
 
     สอบถามข้อมูลสถานะปัจจุบันของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายนโยบายและแผน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ ๐๒-๕๗๙-๕๓๘๐-๙ ต่อ ๒๘๕๐ (คุณภัทราวุธ) หรือ http://www.udonratthaya-ayutthaya.com 
 
 
 
 
 
๑.๖ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ

     วัตถุประสงค์ของโครงการ

 ๓.๑) เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน สำหรับพิจารณาความเป็นได้และประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินงาน รวมถึงการพิจารณาทางเลือกรูปแบบในการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ เพื่อให้บริการประชาชนตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 ๓.๒) เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ สำหรับทางพิเศษทุกสายทาง โดยคำนึงถึงมาตรฐานในการดำเนินงาน และสอดคล้องกับความต้องการเดินทางประจำวันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก คล่องตัว ปลอดภัย และประหยัด ซึ่งจะสามารถจูงใจให้เกิดการใช้รถจักรยานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

 ๓.๓) เพื่อดำเนินการออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design)  โครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ โครงการนำร่อง (Pilot Project) จำนวน ๑ เส้นทาง ที่มีความเหมาะสม
 

     สถานะโครงการฯ

     กทพ. มีโครงการสร้างเส้นทางจักรยานใต้เขตทางพิเศษของ กทพ. จำนวน ๒ โครงการ

      - ดำเนินการแล้วเสร็จ ๑ โครงการ (ถนนงามวงศ์วาน - ถนนสามัคคี ระยะทาง ๒.๗ กิโลเมตร) เปิดใช้บริการตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.

      - อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการลงทุนและพัฒนาพื้นที่ ๑ โครงการ(ถนนสามัคคี - ถนนแจ้งวัฒนะ ระยะทาง ๒.๐๕ กิโลเมตร) มีการนำยางพารามาใช้ในการสร้างเส้นทางจักรยาน๕.๙๔ ตัน  ทัั้งนี้ การดำเนินโครงการในเส้นทางฯ อื่นๆ กทพ. ได้จ้างที่ปรึกษาศึกษารูปแบบและพื้นที่ที่เป็นไปได้ในโครงข่ายทางพิเศษทั้งหมด ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นได้กำหนดเส้นทางที่ควรเริ่มดำเนินการ คือ ทางจักรยานใต้ทางพิเศษฉลองรัช (ถนนรามอินทรา - ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนประเสิรฐมนูกิจ - ถนนลาดพร้าว) ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่

     สำหรับโครงการสนามฟุตซอล มีจำนวน ๒๑ สนาม

      - ดำเนินการแล้วเสร็จ ๒๐ สนาม เป็นรูปแบบของการจัดสรรพื้นที่ของ กทพ. ให้ กทม. มาดำเนินการสร้างสนามฟุตบอล และลานกีฬา

      - อยู่ระหว่างดำเนินการ ๑ สนาม บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษรัชดาภิเษก (ทางลงประชานุกูล) ขนาดพื้นที่๕๐๐ ตารางวา วงเงิน ๕.๔๐ ล้านบาท ได้ผลงานร้อยละ ๕๖  คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเดือนกันยายน ๒๕๕๘

คลิกอ่านรายละเอียด

 
๑.๗ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี
 
  โครงการมีวัตถุประสงค์ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรของโครงข่ายถนนและทางหลวงในปัจจุบัน รวมทั้งอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้ง เป็นการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี ซึ่งจะช่วยให้มีการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
 
  โครงการมีระยะทางรวมประมาณ ๑๐๒ กิโลเมตร เริ่มจากทางพิเศษฉลองรัชที่ด่านจตุโชติบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) แนวสายทางจะไปทิศตะวันออกตัดผ่านถนนหทัยราษฎร์ ถนนนิมิตใหม่ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดผ่านถนนลำลูกกา บริเวณ กม. ๒๒+๕๐๐ และตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๐๑ ผ่านใกล้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ตัดถนนรังสิต–นครนายก บริเวณ กม. ๕๙+๘๐๐ แล้วขึ้นไปทางทิศเหนือ ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ถนนสุวรรณศร) บริเวณ กม. ๑๑๖+๐๐๐ ตัดข้ามและเลียบไปตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๒๒ เข้าบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ที่ กม. ๑๐+๗๐๐ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
 
      สถานะปัจจุบัน
    กทพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้างที่ปรึกษา  (บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด  บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท ไวส โปรเจ็ค คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท เอ็นไวร์ไซน์ จำกัด) เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗  เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม  เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี และแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘
 
     ปัจจุบันการศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
 
    สอบถามข้อมูลสถานะปัจจุบันของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่  ฝ่ายนโยบายและแผน  การทางพิเศษแห่งประเทศไทยโทรศัพท์ ๐๒-๕๗๙-๕๓๘๐-๙ ต่อ ๒๘๖๓ (คุณอดิเรก) หรือ www.chalongrat-saraburi-expressway.com
 
   - เวทีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘ ที่จังหวัดสระบุรี   - เวทีที่ ๒ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๘ ที่จังหวัดนครนายก   - เวทีที่ ๓ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๘ ที่จังหวัดปทุมธานี
 


๑.๘ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่
 
 เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษ เพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่สำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดเชียงใหม่
 
     สถานะปัจจุบัน 
    การศึกษาแผนแม่บทฯ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๙
 
 
๑.๙ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดขอนแก่น
 
    เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษ เพื่อจัดทำ
แผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดขอนแก่นสำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดขอนแก่น
 
    สถานะปัจจุบัน
    การศึกษาแผนแม่บทฯ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙
 


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ยินดีให้บริการ

2380 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม

เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร : 02-558-9800 , 02-579-5380-9

โทรสาร : 02-561-2984 , 02-579-5205
 

ผู้ชมวันนี้ 0 , ผู้ชมเมื่อวานนี้ 2 , ผู้ชมรายเดือน 59 , ผู้ชมทั้งหมด : 1112

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย